Welcome ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อก PremiumCosmeticsMakeup ที่รวมเครื่องสำอางค์จากทุกมุมโลกไว้ที่นี่ มีเกมให้เล่นท้าย Blog

วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560

แบบเสนอหัวข้อเว็บไซต์

แบบเสนอหัวข้อการสร้าง Blog รายวิชา ง31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ผู้เสนอ น.ส.พิมพ์พิชชา มูลพันธุ์  ชั้น  ม. 4/5 เลขที่ 16
ชื่อ blog ภาษาไทย   เครื่องสำอาง&เมคอัพ     ชื่อ blog ภาษาอังกฤษ  PermiumCosmeticMakeup
ที่อยู่ blog  premiumcm.blogspot.com
ครูที่ปรึกษา 1.ครูศิวาวุธ  ภาณุพิจารย์ 
ที่มาและความสำคัญ
ทุกวันนี้การแต่งหน้าเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับสาวๆ ส่วนอุปกรณ์แต่งหน้าและเครื่องสำอางก็มีให้เลือกใช้มากมายไปหมด จนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว ความจริงแล้วการแต่งหน้ามีความเป็นมาอย่างยาวนาน มีนอกเหนือไปจากการแต่งเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว และนี่คือเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของการแต่งหน้า
  • มีการบันทึกไว้ครั้งแรกที่อียิปต์ ประมาณ 4,000 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์ใช้น้ำมันแบบพิเศษทาตัวเพื่อป้องกันแสงแดด และลม นอกจากนั้นยังช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นด้วย ส่วนการแต่งหน้าอีกอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวอียิปต์โบราณเลย ก็คือ การเขียนขอบตาดำ โดยใช้อุปกรณ์ที่ใช้เขียนเรียกว่า Kohl ระบายลงไป เหตุผลก็เพื่อช่วยป้องกันดวงตาจากแสงแดดและแมลง และยังมีเหตุผลตามความเชื่อว่า ช่วยในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีกด้วย ซึ่งการเขียนตานี้เป็นที่นิยมในอียิปต์มาก ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย รวยหรือจน ทุกคนก็จะทาขอบตาดำ
  • ในช่วงยุคโรมัน หรือประมาณ ค.ศ.1 เป็นต้นไป ชาวโรมันนิยมทาขอบตาดำด้วย Kohl เหมือนกัน แต่มีการใช้ชอล์กขาวเพิ่มเป็นไฮไลท์ช่วยให้หน้าสว่างขึ้นด้วย นอกจากนั้นยังใช้ผลชาดสีแดงทางแก้ม ที่น่าสนใจคือ ชาวโรมันให้ความสำคัญกับสุขภาพฟันมาก มีการใช้หินภูเขาไฟ ช่วยในการทำความสะอาดฟัน และทำให้ฟันขาวขึ้น
  • ในยุโรปช่วงยุคกลาง (Middle age) ผิวขาวเป็นที่นิยมมาก ไม่ใช่ขาวอมชมพูแบบที่นิยมในบ้านเราตอนนี้ แต่ต้องเป็นขาวซีดเหมือนกระดาษ ยิ่งขาวมาก ยิ่งแสดงถึงสถานะทางสังคมที่สูงกว่า สาวๆ ยุโรปจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้มีผิวขาว แม้กระทั่งยอมทำร้ายตัวเองเพื่อให้เลือดออก ทำให้มีผิวขาวซีดสมใจ
  • ช่วงยุคฟื้นฟูศิลปะ (Renaissance) ศตวรรษที่ 17 การแต่งหน้าถือเป็นเรื่องน่าอับอาย และยอมรับไม่ได้ในสังคม แต่ผู้คนยังคงนิยมผิวขาวกันอยู่ ในช่วงยุคนี้มีการนำไข่ขาวมาทางหน้า เพื่อให้มีลักษณะมันเงา รวมทั้งใช้สีขาวที่ทำมาจากตะกั่วขาว ซึ่งเป็นพิษมาทาหน้า ส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพทำให้มีผู้หญิงจำนวนมากที่ตายจากพิษตะกั่ว
  • ศตวรรษที่ 18 เริ่มมีการยอมรับผู้หญิงที่เป็นนักแสดงและโสเภณีสามารถแต่งหน้าได้ ส่วนคนธรรมดาสามารถทำได้แค่ทาแก้มสีชมพู ให้ดูเปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี แต่ในฝรั่งเศสนิยมทาปากและแก้มสีแดง เพื่อให้ดูเป็นคนสุขภาพดี สนุกสนาน และในที่ฝรั่งเศสนี่เอง ที่มีการคิดค้นลิปสติกอันแรกของโลก ทำมาจากไขมันกวาง น้ำมันละหุ่ง และขี้ผึ้ง ห่อด้วยกระดาษ
  • ศตวรรษที่ 20 ช่วงปี ค.ศ.1910 ถือเป็นช่วงปฏิวัติวงการเครื่องสำอางอย่างแท้จริง มีการคิดค้นเครื่องสำอางหลายอย่างที่เราใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น มาสคารา ลิปสติกแท่ง รวมถึงแป้งแบบตลับ ยุคนี้การแต่งหน้าถือเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งซึ่งแพร่หลายไปทั่ว พร้อมๆ กับการโด่งดังขึ้นของฮอลลีวูด และการเติบโตของนิตยสารแฟชั่นต่างๆ
  • ทุกวันนี้ แนวความคิดแบบสวยจากภายใน กับการแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ เป็นที่นิยมมาก แต่แนวทางการแต่งหน้าก็ยังมีหลากหลาย ใครจะแต่งยังไง ทำอะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยเสริมความงาม ลบความบกพร่อง ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ต้องรอดูกันต่อไปว่า ในอนาคตเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกันอีก
วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน
1. เพื่อศึกษาวิธีการแต่งหน้าที่ถูกต้อง ที่ต้องใช้ในงานต่างๆเช่น สมัครงาน งานแต่ง และ พบลูกค้า
2.เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง
3.ช่วยเพิ่มการตัดสินใจที่จะเลือกซื้อเครื่องสำอางค์ได้อย่างสะดวกขึ้น
4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ชม
5. เพื่อศึกษาการสร้าง blog และเว็บไซต์
ซอฟแวร์ที่ใช้ในการพัฒนา
1.www.blogger.com
2.Line Camera
ขอบเขต
เนื้อหาภายใน Blog จะประกอบไปด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีแต่งหน้าและเครื่องสำอาง โดยมีหัวข้อหลักดังนี้
1.ข่าวการเปิดตัวสินค้าใหม่ของแบรนด์ต่างๆ
2.วิธีการแต่งหน้าในโอกาสต่างๆ
3.แนะนำเครื่องสำอางค์ที่ผู้จัดทำเว็บไซต์สนใจ
4.แนะนำช่องทางในการติดตาม Beauty Blogger คนต่างๆ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการแต่งหน้า
2.ได้รับความรู้ในการสร้างเว็บ
3.ได้รับข้อมูลเกียวกับการแต่งหน้าและเมคอัพที่ถูกต้อง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น